ด่านศุลกากรวังประจัน
Wangprachan Customs House
 

ประวัติด่านศุลกากรวังประจัน


"หมู่บ้านวังประจัน" อยู่ในท้องที่หมู่ที่ 11 ต.ควนสตอ กิ่ง อ.ควนโดน อ.เมือง จ.สตูล ใกล้เขตแดนสหพันธ์มาเลเซีย ที่หมู่บ้านนี้เอง มีแอ่งน้ำขนาดใหญ่อยู่ระหว่างหุบเขาแอ่งหนึ่งที่จังหวัดจะปรับปรุงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เรียกกันว่า "ทะเลบัน" ก่อน พ.ศ.2509 บ้านวังประจันเป็นเสมือนหมู่บ้านถูกปิด เพราะไม่มีเส้นทางที่สามารถใช้ยานพาหนะได้ การเดินทางไปมาติดต่อกับถนนใหญ่ที่จะไปสู่ตลาดชุมชนของราษฎรใช้เดินทางเท้าในป่าต้องเสียเวลาประมาณ 4 ชั่วโมงเศษ และราษฎรตามบริเวณชายแดนของทั้งสองประเทศส่วนใหญ่เป็นญาติพี่น้องร่วมสายโลหิตเดียวกัน มีการใช้ภาษาเหมือนกันและขนบธรรมเนียมประเพณีราษฎรทั้งสองประเทศจะติดต่อกันอยู่เสมอถึงแม้จะผิดกฎหมายก็ตาม เพราะขณะนั้นการสัญจรไปมาไม่สะดวก โดยใช้เส้นทาง ควนสตอ-บ้านเกลียน เป็นเส้นทางติดต่อไปมาหาสู่กันระหว่างจังหวัดสตูล กับรัฐเปอร์ลิส ตั้งแต่ทางราชการยังไม่ได้ปรับปรุงเส้นทางสายนี้และไม่ได้เปิดเป็นทางการ ต่อมาในเดือน ตุลาคม 2508 กรป.กลาง ได้ส่งหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ไปตั้งที่ หมู่ที่ 5 ตำบลควนสตอ จากการประชุมปรึกษากันระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลสมัยนั้น กับ ผบ.นพค.สตูล จึงตกลงวางโครงการตัดถนนเข้าไปยังหมู่บ้านวังประจัน ถึงแอ่งน้ำ "ทะเลบัน" ใช้งบประมาณและดำเนินการโดย กรป.กลาง เริ่มดำเนินการตั้งแต่ พ.ศ.2509 แล้วเสร็จใน พ.ศ.2521




ต่อมา พ.ศ.2519 ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล (นายอรุณ รุจิกัณหะ) และหัวหน้าส่วนราชการโดยความเห็นชอบของสภาจังหวัดได้วางโครงการจัดถนนต่อจาก "ทะเลบัน" ไปยังเขตแดนประเทศสหพันธ์มาเลเซีย ตรงบริเวณหลักเขตแดนหมายเลข 8 ข.ซึ่งมีระยะทางประมาณ 2,500 กิโลเมตร โดยใช้งบประมาณตามโครงการ พปช.ส่วนองค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นเงิน 305,810 บาท และเงินรายได้ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2519 เป็นเงิน 207,609 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 513,419 บาทการดำเนินการองค์การบริหารส่วนจังหวัดดำเนินการเอง เมื่อทำงานไปได้ประมาณ 100 เมตร นายอรุณ รุจิกัณหะ ถูกแต่งตั้งไปดำรงตำแหน่งที่อื่น ทางราชการได้แต่งตั้ง นายอารีย์ วงศ์อารยะ มาดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดแทน ได้มีการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ สมาชิกสภาจังหวัดและบุคคลที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เพื่อขอมติยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าควรจะสร้างทางต่อไปให้ถึงเขตแดนเพื่อจะให้มีเส้นทางติดต่อกับประเทศสหพันธ์มาเลเซีย โดยทางบกและเพื่อจะเปิดพรมแดนต่อไปหรือไม่ ที่ประชุมต่างยืนยัน ให้ดำเนินการต่อไปเป็นเอกฉันท์ในเวลาเดียวกัน ซึ่งจังหวัดได้รายงานกระทรวงมหาดไทยทราบเป็นลำดับมาแล้ว ด้วยเหตุนี้ จังหวัดจึงดำเนินการสร้างต่อไป จนแล้วเสร็จในต้นปี พ.ศ.2520

ในปี พ.ศ.2520 มาตรีบือชาแห่งรัฐเปอร์ลิสและคณะ ได้มาเยี่ยมจังหวัดสตูลเป็นทางการ เมื่อทราบว่าทางจังหวัดสตูลได้ตัดถนนไปสู้เขตแดนแล้ว ก็ขอไปดูสภาพ หลังจากนั้นก็ได้วางโครงการตัดถนนมาเชื่อมกับปรายทางที่ทางจังหวัดจัดทำไว้ ต่อมาเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2521 ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล และหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดได้เดินทางไปเยี่ยมรัฐเปอร์ลิสเป็นทางการ ซึ่งเป็นการผลัดเปลี่ยนกันไปเยี่ยมเพื่อเชื่อม สัมพัธไมตรีเป็นประจำ มาตรีบือซา ได้นำผู้ว่าราชการจังหวัด กับ หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดูการสร้างทางลำลอง ที่ทางฝ่ายรัฐเปอร์ลิส ได้ตัดจากบ้านกากีบูเก็ต มาเชื่อมกับทางที่จังหวัดสตูล ตัดไว้ถึงหลักเขตแดนระหว่างประเทศ หมายเลข 8 ข. ที่บ้านวังเกลียน รัฐเปอร์ลิสและต่อมาเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2522 มนตรีบือซาแห่งรัฐเปอร์ลิส ก็นำคณะมาปรึกษาเกี่ยวกับการจะเปิดพรมแดนระหว่างไทย กับมาเลเซีย โดยมีสาระสำคัญว่า ควรจะเริ่มสร้างสถานที่ราชการของส่วนเกี่ยวข้อง หลังจากที่สร้างถนนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคาดว่าจะเสร็จในปี พ.ศ.2523 และก่อสร้างสถานที่ราชการได้ปี พ.ศ.2524 การจะเปิดพรมแดนสืบเนื่องมาจากการริเริ่มของจังหวัดสตูล เมื่อ พ.ศ.2519 โดยมีวัติประสงค์เพื่อจะให้มีเส้นทางคมนาคมติดต่อกันทางบกระหว่างประเทศไทยกับมาเลเซียถูกต้องตามกฎหมาย


 

วันที่ปรับปรุงล่าสุด : 16 มีนาคม 2561 13:40:24
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : ด่านศุลกากรวังประจัน
ตำบล วังประจัน อำเภอ ควนโดน สตูล 91160
หมายเลขโทรศัพท์ : 074-740166
อีเมล์ : -

ข้อมูลบนเว็บไซต์นี้ อยู่ภายใต้ประกาศเงื่อนไขการใช้ข้อมูล และลิขสิทธิ์ ของด่านศุลกากรวังประจัน - สำนักงานศุลกากรภาคที่ 4
ลิขสิทธิ์ ? 2018 ด่านศุลกากรวังประจัน สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด @ออกแบบและพัฒนาโดยส่วนประมวลผลและคลังข้อมูล สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมศุลการ